ฝากข้อความค่ะ

Loading

WP Shoutbox
ชื่อ
เว็บไซท์
Message
Smile
ปฏิทิน
กันยายน 2014
พฤ อา
« ธ.ค.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

การดูแลช่องปากและฟันเด็ก

การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กเล็ก

สร้างนิสัยดูแลฟันตั้งแต่แรกเกิด

การทำความสะอาดช่องปากของลูก ควรทำตั้งแต่แรกเกิด ลูกยังไม่มีฟันก็จริง แต่คราบน้ำนมที่ติดค้างอยู่ในช่องปากจะเป็นแหล่งอาหารให้เชื้อโรคต่างๆมาสะสมได้ ถ้าเราไม่สนใจที่จะทำความสะอาดช่องปากให้ลูกเลย เมื่อคราบนมหมักหมมในช่องปากนานๆ บางรายเกิดเชื้อราในช่องปากและลิ้น สังเกตง่ายๆ คือ ลิ้นเด็กมีฝ้าขาวเกาะติด บางรายมีฝ้าขาวตามสันเหงือก, กระพุ้งแก้มด้วย ถ้าเกิดจากเชื้อรา เด็กจะเจ็บมาก ดูดนมก็เจ็บ ร้องโยเย

ดังนั้น การทำความสะอาดช่องปากทารก จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และเป็นการฝึกนิสัยให้เคยชินกับการมีช่องปากที่สะอาดด้วยค่ะ

การทำความสะอาดช่องปากทารก

ก่อนอื่นให้เตรียมน้ำต้มสุกอุ่น หรือน้ำดื่มของลูกใส่ถ้วยเล็กๆ ไว้ และให้ใช้ผ้ากอซหรือผ้าอ้อมสะอาด พันที่นิ้วชี้ของเรา ถนัดขวาก็พันที่นิ้วชี้ขวา เอาลูกนอนที่ตัก ให้ศีรษะลูกอยู่ที่แขนซ้ายของเรา  จากนั้นเอานิ้วชี้ที่พันผ้าไว้ จุ่มลงในน้ำ เช็ดให้ทั่วช่องปากลูก เริ่มจากสันเหงือกบน-ล่าง, กระพุ้งแก้มซ้าย-ขวา แล้วจบด้วยที่ลิ้นของลูก ผ้าจะช่วยกวาดเอาคราบนมออกมา เด็กส่วนใหญ่จะร้องทันทีที่เริ่มทำ เราก็ต้องยอมให้ร้องค่ะ แต่ไม่แข็งขืน หรือบังคับมาก ใหม่ๆ จะร้องแต่ถ้าเราทำประจำด้วยอารมณ์แช่มชื่น เด็กจะรู้ว่าสิ่งนี้ไม่น่ากลัวอีกต่อไป  บางครั้งลูกอาจดูดผ้า ก็ไม่เป็นไรเพราะเราใช้ผ้าสะอาด และน้ำดื่มของลูก ให้เช็ดวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้ากับก่อนนอน นอกจากจะไม่ต้องเป็นโรคเชื้อราในช่องปากแล้ว ลูกจะเคยชิน กับสภาพปากที่สะอาด ทำให้เมื่อโตอีกหน่อยลูกจะยอมรับการแปรงฟันได้ง่ายขึ้น เพราะติดใจกับสภาพช่องปากที่สะอาด

การใช้แปรงสีฟัน ยาสีฟัน

เมื่อเริ่มมีฟันซี่แรกขึ้น พ่อแม่สามารถใช้แปรงสีฟันแปรงฟันให้ลูกได้แล้วค่ะ โดยเลือกแปรงที่มีขนาดเล็ก ขนแปรงอ่อนนุ่ม หน้าตัดเรียบ ยังไม่ต้องใส่ยาสีฟัน เพื่อลูกจะได้ไม่กลืนยาสีฟันเข้าไป เมื่อลูกโตขึ้นสามารถบ้วนปากเองได้ ก็ใส่ยาสีฟันเพียงเล็กน้อย และให้บ้วนปากเอง หากลูกอยากแปรงฟันเอง ก็ควรให้ทำ พร้อมทั้งแนะนำ หลังจากนั้นพ่อแม่ควรตรวจดู และแปรงซ้ำในบริเวณที่ลูกไม่สามารถแปรงได้ทั่วถึง

ถ้าลูกไม่ยอมแปรงฟัน จะทำอย่างไรดี

เด็กๆอาจไม่ยอมแปรงฟัน พ่อแม่ควรทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ในระยะแรก อาจต้องแปรงฟันไปพร้อมกับลูก หรือหาวิธีในทางบวกเพื่อชักจูงให้ลูกอยากแปรงฟัน และทำเป็นประจำเพื่อให้ลูกคุ้นเคยและรับรู้ว่า เราทุกคนต้องแปรงฟันทุกวัน การชักจูงให้ลูกอยากแปรงฟัน และยอมให้พ่อแม่แปรงฟันให้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าลูกมีปัญหาหรือแสดงอาการหลีกเลี่ยงการแปรงฟันควรหาสาเหตุ โดยอาจตรวจดูในช่องปากว่ามีฟันผุ มีแผลในปากหรือเหงือกอักเสบหรือไม่ค่ะ ถ้าพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา

อาการคันเหงือก ขณะที่ฟันกำลังขึ้นมาในช่องปาก ลูกจะมีอาการคันเหงือก มักจะดูดอม และกัดนิ้วมือตัวเอง  ในขวบปีแรก การดูดอมนิ้วมือหรือมือตัวเอง จะยังไม่มีผลเสียต่อฟัน แต่ไม่ควรปล่อยให้ทำไปเรื่อย ๆ เพราะจะติดเป็นนิสัย และจะมีผลเสียติดตามมา คือฟันเก และยื่นเขยิน เกิดการสบฟันผิดปกติ ฉะนั้นเมื่อลูกมีอาการคันเหงือก คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกกัดยางกัด (teething ring) เพื่อช่วยลดอาการคันเหงือก และไม่ควรปล่อยให้ลูกกล่อมตัวเองให้หลับโดยการดูดนิ้วมือ

นัด…..ครั้งแรกกับหมอฟัน

ควรพาลูกไปพบหมอฟันครั้งแรกภายใน 6 เดือนหลังจากฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น หรือเมื่อลูกอายุประมาณ 1-1½ ปี เพื่อจะได้รับคำแนะนำถึงวิธีการดูแลความสะอาดช่องปาก   การให้นมอย่างถูกต้องโดยเฉพาะการดูดนมขวด รวมถึงอาหารและขนมต่างๆที่มีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดฟันผุ  นอกจากนั้นในเด็กบางคนอาจได้รับฟลูออไรด์เสริมอย่างเหมาะสม  เพื่อช่วยป้องกันฟันผุอีกด้วยค่ะ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะเป็นการป้องกัน ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้ปกครอง รู้จักวิธีการดูแล และเลี้ยงดูลูกให้ถูกต้อง ก่อนที่จะเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดี  การรอให้ลูกมีอาการปวดฟัน แล้วจึงพาไปหาหมอฟัน จะทำให้ลูกเกิดความรู้สึกในเชิงลบว่า เมื่อใดไปหาหมอฟัน จะต้องมีความเจ็บปวดควบคู่กันไป ทำให้ลูกกลัวการทำฟัน ทั้งที่ความจริงแล้วการไปหาหมอฟันจะเป็นการบรรเทาหรือขจัดความเจ็บปวดให้หมดไป

เด็กทุกคนควรไปหาหมอฟันสม่ำเสมอทุก 6 เดือน หมอฟันจะคอยดูแลและตรวจสภาพในช่องปาก และวางแผนป้องกันได้เหมาะสม ก่อนที่จะเกิดโรคฟันผุ  เมื่อเด็กอายุ ประมาณ 2½ -3 ปี สามารถให้ความร่วมมือกับหมอได้ หมอก็จะทำการขัดฟันและ เคลือบฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นงานง่ายๆ และใช้เวลาสั้นๆ เสร็จอย่างรวดเร็ว เด็กๆจะมีประสบการณ์ที่ดีกับการทำฟันค่ะ เด็กส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือกับหมอได้เป็นอย่างดีเมื่ออายุ 3 ปี แต่เด็กบางคนอาจกลัว คุณหมอจะค่อยๆคุย ทำความรู้จัก ให้คุ้นเคยกันก่อน เมื่อคุ้นหน้ากันสักครั้ง สองครั้ง น้องก็มักจะหายกลัวและทำได้ค่ะ  อย่างไรก็ตาม ที่บ้านไม่ควรมีใครพูดขู่น้องนะคะ เช่น ถ้าดื้อนักจะให้หมอฉีดยา ถ้าร้องไห้จะให้หมอถอนฟัน ฯลฯ ที่ฟังดูแล้วน่ากลัว อย่างนี้กลัวแน่ ร้องตั้งแต่ก่อนเจอหน้าหมอแล้วล่ะค่ะ

อาหารและฟลูออไรด์ จะช่วยเสริมสร้างฟันเด็ก

การสร้างตัวของฟันซี่ต่างๆ ทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ เกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6-8 ในครรภ์มารดาจนถึงอายุประมาณ 14 ปี ดังนั้นการรับประทานอาหารที่เสริมสร้างฟันให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ  โดยเฉพาะอาหารพวกโปรตีนและนม นอกจากนี้ การให้เด็กเริ่มทานฟลูออไรด์ในปริมาณที่พอเหมาะ ตั้งแต่เล็กจะทำให้ฟันที่กำลังสร้างตัวมีความแข็งแรงทนทานต่อฟันผุด้วย แต่ควรได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์ก่อนให้ฟลูออไรด์เสริมเสมอ เพื่อพิจารณาปริมาณที่เหมาะสมในเด็กแต่ละช่วงอายุ รวมถึงปริมาณฟลูออไรด์ที่อาจได้รับจากอาหาร น้ำดื่ม และนม

นมอาจจะเป็นโทษต่อฟัน ถ้าทานไม่ถูกวิธี

นมมีคุณค่าต่อร่างกายและมีประโยชน์ต่อฟัน โดยเฉพาะมารดาในขณะตั้งครรภ์ นมจะมีประโยชน์มากต่อการเสริมสร้างกระดูก และฟันของมารดาและทารก  นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ถ้าลูกจำเป็นต้องดูดนมขวด ควรให้ลูกดูดน้ำตามทุกครั้งหลังดูดนม เพื่อชำระล้างคราบนม ไม่ควรให้ลูกหลับไปขณะที่ยังมีคราบนมค้างอยู่ในช่องปาก  แม้ว่านมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์แก่ฟัน แต่ถ้ามีนมค้างอยู่ที่ฟันนานๆก็ทำให้ฟันผุได้    เมื่อลูกอายุประมาณ 1 ปี ควรเริ่มฝึกให้ลูกดื่มนมจากแก้ว และให้ลูกเปลี่ยนจากการดูดนมขวด เป็นดื่มจากแก้ว เมื่ออายุ 1½ ปี นอกจากนั้น ลูกควรทานนมรสจืด และไม่ควรเติมน้ำตาลในนมของลูกค่ะ

Leave a Reply